โหราศาสตร์พระเวท (ชโยติษะ) กับ การใช้วางแผนชีวิตด้านธุรกิจและความรัก

หากคุณมีคำถามเหล่านี้..
- ทำไมทำอะไรไม่รวยสักที
- ทำงานอะไรก็ไม่มั่นคง ทำธุรกิจอะไรก็ไม่ปังเหมือนคนอื่น
- การเงินทำไมชอบติดขัด ทำยังไงถึงจะหมดหนี้
- พยายามขยันแทบตาย แต่ก็ค้าขายไม่คล่องสักที แถมขาดทุนอีก
- เปลี่ยนงาน เปลี่ยนอาชีพมาจนท้อ ไม่เจองานที่มั่นคงและรายได้เพิ่มขึ้นเลย
- ทำไมธุรกิจขายดีมาเรื่อยๆ พร้อมขายสาขา แต่กลับเจ๊งกลายเป็นหนี้หัวโต
- มีบริวารเท่าไร ไม่เคยช่วยงานให้ได้ดีขึ้นซักคน เปลืองค่าจ้าง
- ลงทุนร่วมหุ้นกับคนที่ไว้ใจ แต่กลายเป็นโดนหลอกโดนหักหลัง ทำไมกันนะ!!
- มีเงินทุนก้อนใหญ่ที่ได้มา คิดจะลงทุนเพื่อตั้งตัว แต่พังไม่เหลืออะไรเลย
- ทำไมชีวิตต้องสู้อยู่ลำพัง จะหาพึ่งพาใครแทบไม่ได้เลย
- เลือกคนมาเป็นคู่ชีวิต คิดว่าจะสบาย แต่กลับทุกข์ใจทุกข์กายกว่าเดิม
- ไม่อยากให้ลูกลำบาก แต่ไม่รู้จะวางแผนชีวิตให้ลูกได้ดีจริงๆยังไง
โหราศาสตร์พระเวท ทำไมจึงชี้ชัดได้ละเอียด
ตามหลักความเชื่อที่เรารู้กันดีในคำสอนทางศาสนาพุทธอันมีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดา รวมถึงหลักที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์พระเวทของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตามแนวทางปรัชญาคำสอนของมหาฤาษีศักดิ์สิทธิ์ (ปาราชะระ parashara) และฤาษีไชมินี (Jaimini) อันเป็นผู้ที่ถ่ายทอดหลักวิชาโหรศาสตร์พระเวทอินเดีย (Vedic Astrology) ที่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนั้น มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้อย่างชัดเจน เชื่อกันว่าทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้ล้วนสรรสร้างขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า ดำรงอยู่โดยพระผู้เป็นเจ้า และต้องหมดสิ้นไปเพื่อการเริ่มต้นใหม่โดยพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นใหญ่สูงสุดอันมี พระพรหม พระวิษณุนารายณ์ พระศิวะมหาเทพ หมุนวนกันไปอยู่แบบนี้ ซึ่งปัจจัยนำที่ทำให้สรรพชีวิตทั้งหลายในจักรวาลนี้ดำเนินเวียนว่ายในลักษณะดังกล่าวนั้นคือ กรรม และผลของกรรม ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าลิขิตชะตาของสรรพสิ่งขึ้นมาจากกรรม ไม่มีสิ่งเหนืออื่นใดอีก ดังนั้นในทางวิชาโหราศาสตร์เวทที่มีชื่อเรียกว่า ชโยติษะ (Jyotish) หมายถึงศาสตร์แห่งแสงสว่าง จึงแสดงถึงภาพสะท้อนกรรมของเหล่าสรรพชีวิต รวมไปถึงแนวทางแห่งคุณประโยชน์และโทษที่จะมีผลต่อชีวิตตั้งแต่กำเนิดขึ้นมาจนสิ้นไป โดยเฉพาะชีวิตของมนุษย์เรานั้นเอง
ดังนั้น วิชาหลักโหราศาสตร์พระเวทอินเดีย (Vedic Astrology) มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่มนุษย์ควรได้รู้และเข้าใจ ถึงแนวทางลักษณะความเป็นไปของชีวิตในชาติภพปัจจุบันนี้ ทราบถึง"คุณ" อันเกิดจากบุญกุศลอันดีงามที่คอยตามหนุนนำชีวิตของเราให้เป็นสุข และ"บาปเคราะห์" อันเป็นโทษที่จับยึดและบีบคั้นชีวิตให้ได้รับความทุกข์ทรมาน และยังได้ทราบถึงหลักแนวทางการปรับปรุงแก้ไขให้ชีวิตดีขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้เราได้เข้าใจและสามารถวางแผนดำเนินชีวิตในการคิดในทางที่ถูกต้องและกระทำตามแนวทางทำมาหาเลี้ยงชีพโดยชอบของตนเอง เพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ รวมถึงการเตรียมการณ์ต่างๆเพื่อที่จะรับมือกับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ที่มาเยือน หรือตักตวงเอาสิ่งดีงามและความสุขความอิ่มเอม ผลประโยชน์อันดีของชีวิตไว้ได้เมื่อช่วงเวลาที่ผลของกุศลกรรมที่เราเคยสั่งสมไว้มาให้ผล
เมื่อใช้การคำนวณพลังของดวงดาว ด้วยข้อมูล วัน เดือน ปี ที่เกิด และเวลากำเนิด ในโปรแกรมที่สร้างขึ้นเฉพาะศาสตร์ของ Vedic Astrology อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ซึ่งจัดว่าเป็น โหราศาสตร์ “ระบบนิรายนะ” (Nirayana) โดยจะแตกต่างจากโหราศาสตร์ไทย(สุริยยาตร์) ในแง่ของการวางลัคนากำเนิดในแต่ะราศี สำหรับนักโหราศาสตร์ที่ใช้แนวโหราศาสตร์ “ระบบนิรายนะ” (Nirayana) นี้ ผู้คิดค้นโปรแกรมที่นิยมใช้ เช่น Jaganatha hora หรือโปรแกรมใหม่ล่าสุดอย่าง Shri Jyotish Star 10 เป็นต้น ได้กำหนดค่าวัดระยะของดวงดาวเกณฑ์ที่ใช้ในการคำนวณค่าต่างๆของดวงดาวที่กระทบต่อโลกไว้ได้อย่างละเอียดแม่นยำที่เรียกว่า Ayanamsa แบบ Lahiri Chitarapaksa ทำให้ค่าต่างๆออกมาถูกต้องชัดเจน (อันเป็นหลักคิดของสถิติทางคณิตศาสตร์) ดังที่แสดงในรูปต่างๆด้านบน เราจึงนำมาใช้แปลผลในการทำนายเพื่อวางแผนชีวิตในด้านต่างๆได้อย่างแม่นยำมาก
” ผู้ที่ประมาทในการแสวงหาเพื่อวางแผนเพื่อเปิดรับโอกาสอันดีงามของชีวิต ไม่สามารถจัดการกับความทุกข์และแรงบีบคั้นของบาปกรรมได้ “
