·

ความหมายของชีวิตบนเส้น3ขีดของพระศิวะ

สัตตะวะ ราจาช และทามาส รวมเรียกว่า กูนาส3 อันเป็นการหมุ…

สัตตะวะ ราจาช และทามาส รวมเรียกว่า กูนาส3 อันเป็นการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านของกาลเวลาที่สรรพสิ่งในจักรวาลนั้นดำเนินไป เป็นดั่งพลังงานแห่งตรีเทพทั้งสามผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ

ดั่งสัญลักษณ์ ขีดเส้นตรงสีขาวทั้งสามเส้น บนพระนลาฏ (หน้าผาก) ขององค์พระศิวะมหาเทพ อันสื่อถึงความเป็นไปแห่งชีวิต หากเราเปรียบกับคำสอนในทางพระพุทธศาสนาที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสั่งสอนเอาไว้ นั่นคือ กฏแห่งไตรลักษณ์ ( เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ) ซึ่งหากเราลองพิจารณาถึงความหมายแห่งชีวิตที่ซ่อนอยู่ในสัญลักษณ์ของมหาเทพผู้สูงสุดเหนือกาลเวลานั้น เราอาจจะเห็นได้ว่า

  • ความมีอิสระ (freedom) ในห้วงแรกนั้นคือห้วงแห่งการสร้างสรรค์ สภาวะแห่ง”สัตตะวะ” อยู่ในอำนาจแห่งองค์พระพรหม มหาเทพผู้สร้างสิ่งใหม่ จึงสื่อถึงชีวิตที่มีความหมายในการที่เราจะมีอิสระทางความคิดความอ่าน จินตนาการวาดฝันและการกระทำ เพื่อให้บังเกิดสิ่งใหม่ๆตามความปรารถนาในใจ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเรายังไม่เคยมี ไม่เคยได้รับมาก่อน เริ่มจากศูนย์ อยากได้อยากมีมันในชีวิตโดยที่ก็ยังไม่รู้ชัดเจนดีว่ามันจะให้ผลดีหรือร้ายในวันข้างหน้าก็ตาม
  • ความปิติสุข (Delight) ห้วงแห่งการจัดการและพัฒนาคุณภาพอย่างดีงาม สภาวะแห่ง “ราจาช” ใต้อำนาจยิ่งใหญ่ขององค์พระวิษณุมหาเทพ ผู้ปกปักษ์รักษา แก้ไขปัญหาและสร้างความดีงาม จึงสื่อถึงชีวิตที่มีความหมายในเชิงการปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆที่เรามีในชีวิตซึ่งมีทั้งดีและร้ายปะปนวุ่นวาย ให้มีความลงตัว สงบสุข และพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองและมั่งมีเพิ่มพูนขึ้นอย่างดีงาม ไม่ว่าจะเป็นการกินการอยู่ การงานธุรกิจ ทรัพย์สินเงินทอง ฐานันดรศักดิ์ต่างๆ ครอบครัวคู่ครอง อันจะนำมาซึ่งความอิ่มเอมใจและเป็นสุขในการใช้ชีวิตในทุกด้านของเราทั้งหลาย
  • การไถ่บาป (Redemption) ห้วงแห่งความหยุดนิ่ง การจบสิ้นเพื่อรอการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สภาวะแห่ง “ทามาส” ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจแห่งองค์พระศิวะมหาเทพเองนั้น พระผู้อยู่ในความสงบนิ่งแห่งฌาณ อันสื่อถึงความหมายของชีวิตในการสละทิ้งสิ่งที่ใช้การไม่ได้แล้ว ปลดปล่อยตัวตนที่ไม่ดี นิสัยใจคอและพฤติกรรมที่เลวร้ายทิ้งไป เพื่อรีเซ็ตตัวเองใหม่ กลับตัวกลับใจ เริ่นต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม ดำรงตนอยู่ในหลักของศีลธรรมอันดีงาม ปรับจูนทัศนคติเสียใหม่เพื่อการสร้างสรรค์สิ่งดีงามแก่ชีวิตต่อไป ด้วยใจที่เบา ไม่ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่า ชีวิตของคนเรานั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ย่อมหนีไม่พ้นสภาวะทั้งสามสิ่งนี้ในการที่จะใช้ชีวิตให้มีความหมาย ดังนั้นเมื่อใดที่ผู้มีศรัทธาต่อความจริงของชีวิต หากได้มีโอกาสน้อมบูชาองค์พระศิวะมหาเทพ จึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การพิจารณาความหมายของชีวิตในสัญลักษณ์บนหน้าผากของพระองค์นี้อย่างยิ่ง

คุณอยากลองเปิดใจน้อมบูชาพระศิวะสักครั้งมั้ยคะ ลองดูสิ!

ใส่ความเห็น

More from the blog